หน้าแรก / Lifestyle / ภาวะระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ สำหรับผู้ที่บาดเจ็บไขสันหลัง

ภาวะระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ สำหรับผู้ที่บาดเจ็บไขสันหลัง

By NobTa 6 มี.ค. 2568 393

                                                             

ถึงพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ลูกหลาน ที่บาดเจ็บไขสันหลังทุกคนจ้าาาาาา

จะเข้าหน้าร้อนแล้วเด้อ สิ่งที่ต้องระมัดระวัง คือ"ภาวะระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ 
Autonomic Dysreflexia : AD ( เอ - ดี )"

เป็นอาการผิดปกติจากการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดอาการความดันโลหิตสูง
ชีพจรเต้นช้าลง และอาจนำไปสู่การทำให้เกิดเส้นเลือดในสมองแตกได้ พบได้บ่อย ในคนพิการที่บาดเจ็บไขสันหลัง
ตั้งแต่ระดับอกบริเวณที่ 6 (T6) ขึ้นไป

มีอาการเป็นอย่างไร ?
• ปวดศีรษะมาก ปวดลักษณะตุบ ๆ
• ขนลุก ผิวหนังมีลักษณะอุ่นแดง เหนือระดับที่มีการบาดเจ็บไขสันหลัง
• ผิวหนังเย็นซีด ต่ำกว่าระดับที่มีการบาดเจ็บไขสันหลัง
• เหงื่อออกมากผิดปกติบริเวณหน้า คอ ไหล่ หลัง
• คัดจมูก น้ำมูกไหล ตาพร่ามัว
• ความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างเฉียบพลัน (ผู้ป่วยควรรู้ระดับความดันโลหิตของตัวเอง)
• หัวใจเต้นช้า
• เจ็บหน้าอก สับสน หมดสติ ถ้าอาการรุนแรงมาก

สาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดอาการ AD ( เอ – ดี )
• อยู่ในที่อากาศร้อนหรือเย็นเกินไป
• ปัสสาวะคั่ง ท้น หรือมีการอุดตันการไหลของปัสสาวะ เช่น สายปัสสาวะหัก พับ งอ
และมีการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
• ท้องผูก อุจจาระคั่งในลำไส้และทวารหนัก หรือการสวนอุจจาระเพื่อกระตุ้นให้ขับถ่าย
ใช้เวลานานเกินไป หรือทำรุนแรงเกินไป
• การอักเสบของอวัยวะภายในเช่น ไส้ติ่งอักเสบ ถุงน้ำดีอักเสบ
• ถูกกระตุ้นที่ผิวหนัง เช่น แผลกดทับ เล็บขบ แมลงกัดต่อย
• เครื่องแต่งกายหรืออุปกรณ์เครื่องช่วยคับหรือรัดแน่นจนเกินไป
• ถูกกระตุ้นบริเวณอวัยวะเพศ เช่น ลูกอัณฑะถูกกดทับ อวัยวะเพศแข็งตัวหรือการหลั่งน้ำอสุจิ
• การคลอดบุตรและการให้นมบุตร

การดูแลรักษาหรือการปฏิบัติตัวเมื่อมีการ AD ( เอ – ดี )
1. นั่งตัวตรง 90 องศา ให้เร็วที่สุด และห้อยขาทั้ง 2 ข้างลง เพื่อช่วยลดความดันโลหิต
2. ปลดหรือคลายเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ต่าง ๆ
3. หากคาสายสวนปัสสาวะไว้ ให้ตรวจสอบการหัก พับ งอของสายสวนปัสสาวะ และการอุดตัน
ของสายสวนปัสสาวะ ถ้าพบการอุดตันให้รีบมาพบแพทย์ทันที
4. หากสวนปัสสาวะด้วยตนเอง ให้ประเมินกระเพาะปัสสาวะว่าปัสสาวะเต็มหรือไม่
หลังจากนั้นให้สวนปัสสาวะเร็วที่สุด
5. ล้วงหรือสวนอุจจาระ ถ้ามีอาการท้องผูกหรือพบก้อนอุจจาระบริเวณทวารหนัก
6. ตรวจสอบผิวหนังและจัดการกับสิ่งที่กระตุ้นที่เป็นสาเหตุ เช่น เล็บขบ หรือมีการ
กดทับบริเวณอวัยวะเพศ
7. ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ให้รีบมาพบแพทย์ ในผู้ป่วยที่มีอาการบ่อย ควรจะพกบัตรประจำตัว
ที่แสดงให้บุคลากรทางแพทย์ทราบถึงภาวะนี้
8. ถ้าแก้ไขสาเหตุแล้วหรือหาสาเหตุไม่พบและยังมีอาการ โดยเฉพาะความดันโลหิตสูง
ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อให้ยาลดความดันโลหิต และหาสาเหตุต่อไป

อาการ AD ( เอ - ดี )
สามารถหายได้ในทันทีเมื่อจัดการกับสิ่งที่กระตุ้นที่เป็นสาเหตุ อย่างไรก็ตามถ้าเกิดภาวะนี้ขึ้นแล้ว
และไม่ได้รับการักษาหรือดูแลที่ถูกต้อง จะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้
ทางที่ดีที่สุดคือ การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะนี้โดย
• ดูแลจัดการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระให้เป็นเวลา สะอาดถูกวิธี
• ดูแลผิวหนัง รวมถึงเล็บ โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นอัมพาต
• ป้องกันการติดเชื้อในระบบต่าง ๆ
• เคลื่อนไหวบ่อย ๆ ป้องกันการเกิดแผลกดทับ

Cr.#สถาบันสิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ
#ศูนย์การศึกษาพิเศษ
#สาขาวิชาการศึกษาพิเศษและภาษาไทย
#คณะครุศาสตร์
#มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
#mahidol.ac.th
#โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า    

ครูอ๋า

สามารถติดตามข่าวสาร สาระดีๆที่เรานำมาแชร์ได้ ช่องทาง :
-  Facebook WheelShare แบ่งปันจากล้อหมุน   
Tiktok wheelshare แบ่งปันจากล้อหมุน
Youtube WheelShare

(5.0)
NobTa

NobTa

ฝากดูแลตัวเองด้วยเด้อครับเด้อ

บทความที่คล้ายกัน